ทีม MVP กับไอเดียธุรกิจบริการรับฝากกระเป๋า..ภายใต้ชื่อ "Lugglad"

Last updated: Oct 9, 2019  |  Blog

ทีม MVP กับไอเดียธุรกิจบริการรับฝากกระเป๋า..ภายใต้ชื่อ "Lugglad"

       วันนี้แอดจะพาไปรู้จักกับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่เข้าร่วมการแข่งขันโครงการ Startup ระดับประเทศ (Startup Thailand League) ประจำปี 2561 ชื่อทีม MVP ประกอบไปด้วยนักศึกษาจำนวน 5 คน โดยมีรายชื่อดังนี้

1.นางสาวรัชภร ชัยสงค์ (Econ)
2.นางสาวณภัทร อร่ามชัย (Econ)
3.นางสาวพัทธวรรณ แสนพันทา (Econ)
4.นายพัทธกานต์ รัตนาไลย (Sc)
5.นางสาวณัฐฉรียา อภินาคพงษ์ (KKBS)

         ซึ่งวันนี้แอดได้นำบทสัมภาษณ์ที่ได้พูดคุยกับทีมนี้ มาแชร์ให้เพื่อนได้อ่านกัน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายฝันในการประกอบธุรกิจ Startup

Q: มาเจอกันได้ยังไง ?

A: เป็นเพื่อนในคณะเศรษฐศาสตร์นี่แหละค่ะ เป็นเพื่อนสนิทกัน แล้วก็มีเพื่อนการตลาดกับคณะวิทยาศาสตร์สาขาไอทีมาช่วยอีกแรง

 
Q: Lugglad มันเกิดมาได้ยังไง ?

A: มันอยู่ในช่วงที่คิดธุรกิจว่าทำอะไรดี เราปรึกษากันก็คิดมาคนละอย่างเลย ทีแรกเราก็อยากทำฝากของ คือตัวเองเป็นแม่ค้าออนไลน์ก็ไม่อยากนัดรับกับลูกค้า หรือบางทีช้อปปิ้งก็ไม่อยากถือของอย่างนี้ ตอนแรกก็ว่าจะทำรับฝากกระเป๋าในมหาลัย แล้วก็ไป Workshop เรื่อยๆ ปรึกษาอะไรผ่านมาก็ปรับมาเรื่อยๆ จนได้ตัวนี้ค่ะ
         มันจะมีช่วงนึงที่มันหนักมาก ช่วงแรกเราทำรับฝากของทั่วไป มาเป็นรับฝากกระเป๋า Luxury แล้วก็ไปรับบริการดูแลกระเป๋าแบรนด์เนม แล้วจริงๆ คือเราไม่เข้าใจการตลาดมากพอ เพราะเราก็เป็นนักศึกษาไม่ได้อยู่ในตลาดบน เซเลปก็ไม่รู้จัก เลยว่าจะทำเป็นตู้รับฝาก สุดท้ายก็ยังไม่ได้ ก็ต้องเปลี่ยนไปเรื่อย ปรับเยอะเลยค่ะ
         แล้วก็มีปัญหาเรื่อง Market size ด้วย ทีแรกว่าจะทำที่สนามบินขอนแก่น กลุ่ม MICE แต่ใครเขาจะฝากกระเป๋า ส่วนใหญ่เขาก็มาประชุมวันเดียว พกกระเป๋าใบเล็กๆ มากันเขาจะฝากกันทำไมอะไรอย่างนี้ ก็เลยจะย้ายไปอุดร แต่อุดรมันก็เป็นแค่ทางผ่านไม่มีใครฝากกัน สุดท้ายเลยก็เลยตัดสินใจไปฝั่งทะเลกัน

 

Q: หน้าคือของ Lugglad คืออะไร ?

A: เราก็จะมีบริการรับฝากกระเป๋า ซึ่งเราจะมีศูนย์ไปลงที่หาดใหญ่ ลูกค้าสามารถฝากกระเป๋าที่สนามบินแล้วเราจะนำไปส่งที่โรงแรมให้ หรือฝากกระเป๋าที่โรงแรมเราจะนำกระเป๋ามาส่งที่สนามบินให้

 
Q: ตั้งแต่เริ่มต้นจนตอนนี้ใช้เวลาขนาดไหนแล้ว ?

A: เทอมนึงอะค่ะ ประมาณ 4 เดือน เราก็อยู่กับมันเยอะนะ อยู่ตลอด ส่วนใหญ่จะเตรียมงานกันวันศุกร์แล้วเสาร์อาทิตย์ก็เอางานไปให้พี่ที่ Science Park ช่วยดู ก็ซ้อม Pitching กันทุกสัปดาห์เลย บางทีพี่แต่ละคนเขาไม่ได้มาพร้อมกัน บางทีคนนี้ก็อย่างนี้ดีกว่า คนนี้ก็เปลี่ยนดีกว่า กรรมการก็อย่างนี้ดีกว่า เลยได้เปลี่ยนทุกอาทิตย์ บางทีก็ไม่ทำแล้วดีกว่าก็มี แต่มันก็ไม่ได้นะ มันมาถึงขนาดนี้แล้ว ทำให้มันเสร็จแล้วดูผลที่ออกมาดีกว่า คือเหมือนพี่เขาดูแลใกล้ชิดมาก ถามตลอด ทุ่มเทจริงๆ เราเลยต้องทำแล้วแหละ คือเราทำส่ง Startup Thailand League KKU 2018 แบบเป็นร้อยทีม เราก็อยากรู้ว่าเราจะไปได้ถึงตรงไหน
         คือตอนนี้ได้ทุนมาแล้ว เขาอยากให้มันเป็นรูปเป็นร่างกว่านี้ ไปลงพื้นที่จริง เก็บแบบสอบถามลูกค้าจริงว่าเขาจะใช้ของเราไหม วาดรูปเว็บออกมาให้เห็นว่าใช้ได้จริง เพราะต้องนี้เราก็มีแค่พ้อยท์ธรรมดา



Q: พอไอเดียมันถูกปรับจนไม่ได้ต้นไอเดียแบบที่เราคิดแล้วมันสนุกไหม ?

A: ไม่ค่ะ (หัวเราะ) แรกๆ คือไม่อยากทำเลยนะ แบบไม่เอาแล้ว ปิดกั้นเลยค่ะ ไม่ถนัดอะ แล้วเราก็ไม่ได้เจอปัญหาเท่าไหร่ด้วย หมายถึงเจอแค่ ม.6 ที่ไปสอบต่างจังหวัดต้อง Check out ก่อน แต่เราสอบทั้งวันเลยไม่มีที่ฝากกระเป๋า คือเจอปัญหาแค่นั้นไงคะ ก็เลยมองภาพไม่ออก แต่พอเริ่มทำเรื่อยๆ เริ่มเจอปัญหาจริงๆ ก็เลยเริ่มสนุกมากขึ้น คือเราต้องสวมบทเป็นนักท่องเที่ยวตลอดเวลาว่ากูต้องการอะไร (หัวเราะ) คือเราต้องอินกับกลุ่มเป้าหมายตลอดเวลาที่เราทำ



Q: แต่พอเราไม่ได้อยู่หาดใหญ่ เราทำยังไงถึงจะรู้ Pain Point ของลูกค้า ?

A: เราก็เปิดดูสถิติเกี่ยวกับการเดินทาง ความสะดวกสบายของที่นั่นด้วยค่ะ คือเราพบว่านักท่องเที่ยวประเมินไว้ต่ำมากเลยค่ะ ถือเต็ม 5 ได้แค่ 0-1 อย่างนี้ อีกส่วนเราก็ไปถามกับอาจารย์ เพื่อน ญาติ ที่เคยใช้บริการสนามบินที่นั่นด้วยค่ะ แล้วก็เอาข้อมูลตรงนั้นมาเสริมกับธุรกิจเรา

 

Q: พวกเรามีมุมมองกับเรื่องธุรกิจยังไง ?

A: (มิ้ลค์) ก็อยากจบไปแล้วทำธุรกิจส่วนตัวมากกว่านะ คิดว่าการมีธุรกิจเป็นของตัวเองมันสามารถเป็นเจ้านายตัวเองได้ ควบคุมทุกอย่างเลย มันอาจจะยากหน่อยแต่เราก็ภูมิใจเวลามองกลับมาดูธุรกิจตัวเอง เห็นคนรอบข้างเรามีความสุข

A: (นุ่น) หนูมองว่าการทำอะไรเพื่อตัวเองมันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วอะ คือเราไปทำงานให้คนอื่นเราก็ทำไม่ได้ดีเท่ากับเราทำงานให้ตัวเองอะ สมมติเราทำงานในบริษัทแรกๆ มันอาจจะได้เงินมากกว่าก็จริง แต่ถ้าเราทำธุรกิจตัวเองแรกๆ มันอาจจะเสีย ไม่ได้เงิน แต่มันก็จะมีสิ่งที่มันเติบโตขึ้นเรื่อยๆ หนูมองว่าแล้วเราก็จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

A: (ปาน) แต่สำหรับหนูธุรกิจที่เป็นธุรกิจส่วนตัวกับธุรกิจที่มันไม่ใช่ของเรามันจะต่างกันขนาดนั้นนะคะ หมายถึงว่าถ้าเราทำธุรกิจของเรา เราก็จะสนุกของเราใช่ไหมคะ เออมีปัญหาเฉพาะหน้าให้แก้ไขตลอดเวลาอย่างนี้ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา แต่ถ้าธุรกิจที่เราไปทำให้เขา ไปเป็นลูกจ้างของ มันก็มีสิ่งให้เราเรียนรู้เยอะนะคะ ก็สนุกคนละแบบ

 

Q: คิดว่าสตาร์ทอัพคืออะไร ?

A: มันคือธุรกิจหรือแอปหรืออะไรก็ได้ที่มันเติบโตอย่างก้าวกระโดดค่ะ ช่วงแรกอาจจะไม่ได้กำไร หรือแบบยอมขาดทุนไปเลย เพื่อให้มันเติบโต เราจะเห็นว่าสตาร์ทอัพบางอันปีที่สองที่สามก็ไปประเทศนั้นไปประเทศนี้แล้วอ่ะค่ะ เราก็ต้องมาดูสเกลมันว่าจะไปไกลได้แค่ไหน



Q: มีสตาร์ทอัพในดวงใจไหม ?

A: (มิ้ลค์) หนูชอบของพี่ที่เป็นวิศวะ มันเป็นสตาร์ทอัพที่เกี่ยวกับอุปกรณ์การช่างอะ มันชื่ออะไรนะพี่คนนั้นอะ ที่มันเป็นเหลืองๆ (หันไปถามเพื่อน)

A: (ปาน) Builk

A: (มิ้ลค์) เออใช่ คือแบบหนูชอบที่เรื่องมันแตกต่างอะ มันฉีก แล้วแบบมันไปทางที่พี่เขาเรียนอะ แล้วหนูชอบแนวคิดของพี่เขาด้วย

A: (นุ่น) หนูชอบ Grab Uber นะ เพราะว่ามันก็เห็นปัญหาได้ตรงจุด มาแก้กับประเทศไทยก็ได้ แท็กซี่เราก็ไม่ค่อยไว้วางใจอะเนอะ แต่พอทำอย่างนี้มันก็น่าเชื่อขึ้น แก้ปัญหาการว่างงานด้วย คนที่ไม่ได้ทำอะไรก็มาขับได้ ลูกค้าก็สร้างความน่าเชื่อถือด้วยนะเพราะมันเช็คได้หมด

A: (ปาน) ส่วนตัวหนูไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษนะคะ แต่หนูสนใจต่างประเทศที่เขาเอา Blockchain ไปทำเป็นธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าอะค่ะ แบบว่าเราซื้อขายไฟฟ้ากันสำหรับของแต่ละบ้านได้เลย ก็เลยคิดว่ามันน่าสนใจมากเลยนะ

 

Q: อยากไปเที่ยวที่ไหนกัน ?

A: (นุ่น) อยากไปญี่ปุ่น เพราะว่าของกินอร่อย (ปาน) เหมือนกันเลย อากาศก็ดี บริสุทธิ์ แล้วแบบคนเขาก็มีระเบียบไม่เหมือนหลายประเทศ [ยิ้ม] 

A: (มิ้ลค์) หนูอยากไปสุราษฯค่ะ เพราะว่ายังไม่เคยไป แล้วก็อยากไปเขื่อนเชี่ยวหลาน


A: (ปาน) อยากไปญี่ปุ่นเหมือนกันค่ะ อยากไปกิน


Q: แล้วคิดว่าคนอื่นเขามาเที่ยวไทยเพราะอะไร ?

A: (มิ้ลค์) ค่าครองชีพที่ไทยถูกนะคะ ถ้าเทียบกับบริการที่เขาได้รับ อย่างอาหารเราก็ถูกแล้วก็อร่อย อะไรมันก็สะดวกสบายอะค่ะ มันก็เลยดึงดูดนักท่องเที่ยว

A: (ปาน) คือคงจะเป็นเรื่องวัฒนธรรมแหละค่ะ บ้านเขาไม่มีอะไรเขาก็มาดู แล้วค่าครองชีพก็ถูกด้วย มันเลยดูทุกอย่างประหยัดไปหมด มาเที่ยวง่ายค่ะ

A: (นุ่น) ทะเลสวย วัดเยอะด้วย นักท่องเที่ยวไปทะเลกันเยอะ จีนก็ชอบไปภูเขา คือมันคงถูกด้วยแล้วแบบหนูว่าน่าจะเกี่ยวกับพวกวัฒนธรรมประเพณี ศิลปะ ด้วยนะคะ

 

Q: ถ้าให้พัฒนาการท่องเที่ยวในไทยควรเป็นอะไรดี ?

A: (ปาน) อยากให้มีกฎที่ชัดเจนค่ะ แบบไปทะเลก็อนุรักษ์ธรรมชาติช่วยกันหน่อย อยากให้ลงโทษคนที่ทำผิด แบบเข้มงวดกว่านี้อะค่ะ คนเขาดื้อกันมากเลย

A: (มิ้ลค์) ขนส่งค่ะ บางทีการเดินทางแบบถ้าเป็นนักท่องเที่ยวนี่มันยาก คือสมมติเหนืออยากไปดอยอย่างนี้ มันไปได้ค่อนข้างยากนะ ทั้งทาง รถก็น้อย

 

A: (นุ่น) อยากให้คนเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ มากขึ้นค่ะ คือมันมีอีกหลายที่ที่คนยังเข้าไม่ถึง แล้วก็ไม่อยากให้แข่งกันเอง อยากให้ช่วยส่งเสริมกันเกื้อกูลกันมากกว่า หมายถึงผู้ประกอบการแข่งกันเอง เช่น ลูกค้าไม่ได้จองมาก็แย่งกันดึงเข้าของตัวเอง ไม่ลูกค้าก็ไม่ได้รับบริการที่ดีพอ

 

Q: สุดท้ายก่อนจากกัน ขอเคล็บลับว่าเวลาเราท้อเราจัดการกันยังไง ?

A: คืออย่าไปกลัวในการทำธุรกิจหรือลงทุน อย่าคิดว่ามันเป็นความเสี่ยง อยากให้มองว่าถ้าเราทำในสิ่งที่เราชอบยังไงมันก็ดีอะ ยังไงมันก็สำเร็จในสักวันนึงถ้าเราพยายามมากพอ คือมันไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ น่ะค่ะ
         ถ้าเราคิดอะไรได้ออกมาแล้วเราก็ต้องรีบทำเลย พอทำปุ๊บถ้ามันไม่เป็นไปในทางที่ต้องการก็ปรึกษาคนที่เขามีความรู้แล้วจะให้คำแนะนำเราได้ แล้วก็อย่าปิดกั้นตัวเอง รับฟังเขาจริงๆ แล้วก็พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ถ้าท้อก็ท้อได้นะคะ แต่ก็ต้องลุกขึ้นมาสู้ต่อให้ได้อะค่ะ ถ้าเราทำเองแล้วสำเร็จมันก็ภูมิใจเหมือนกันนะ
         คือธุรกิจที่เราคิดอะ มันก็มีคนคิดเหมือนเราอยู่ตลอดเวลานั่นแหละ ถ้าเราลองไปค้นดูเราก็จะเจอไม่อันโน้นก็อันนี้ คือไม่ต้องไปกลัวอะค่ะ เขามีอะไรดีเราก็ทำให้มันดีกว่า อะไรที่เขาด้อยเราก็เอามาพัฒนากับเราอย่างนี้ ลองดูสักตั้ง พัฒนาไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็ต้องสำเร็จสักวันนึงแหละค่ะ


​         จะเห็นได้ว่า...ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เป็นเพียงแค่นักศึกษา หากคุณมีความคิดสร้างสรรค์ หรือมีความคิดบรรเจิด ไอเดียสุดเจ๋ง และสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนได้ ก็สามารถสร้างธุรกิจ Startup ได้ แอดมินก็ขอแสดงความยินดีกับน้องทีม MVP อีกรอบนะจ๊ะ สุดท้ายนี้..แอดหวังว่า บทสัมภาษณ์นี้จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนๆชาว Innovation Hub KKU ทุกคนนะ ^^

 

Powered by MakeWebEasy.com