ห้องเรียนกลับด้าน Flipped Classroom คืออะไร

Last updated: Oct 9, 2019  |  Blog

ห้องเรียนกลับด้าน Flipped Classroom คืออะไร

ห้องเรียนกลับด้าน Flipped Classroom คืออะไร?

พี่ๆ เคยเป็นกันมั้ยครับว่า เวลาไปเรียนนี่มันง่วงนอนจริงๆ
ทั้งๆที่ อาจารย์ก็สอนดี สอนสนุก บางท่านก็เสียงไพเราะฟังแล้วเคลิ้มมมมมม 
แต่ทำไมเรายังง่วงนอน…….นั่นคงเป็นเพราะว่า รูปแบบการเรียน ที่ต้องนั่งฟังตลอดระยะเวลาการบรรยายนั่นเองคร้าบบบบ

จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราสามารถเรียนรู้เองได้จากที่บ้าน และเมื่อถึงเวลาเรียน เราสามารถสอบถาม และเปลี่ยนพูดคุยความรู้กับ อาจารย์ หรือเพื่อนๆ ได้…..วันนี้น้อง Inno ขอเสนอ ห้องเรียนกลับด้าน หรือ “Flipped Classroom” นั่นเอง เป็นยังไงนั้น เดี๋ยวน้อง Inno จะเล่าให้ฟัง

Flipped Classroom เป็นการจัดการเรียนการสอนที่สวนทางกับสิ่งที่เป็นอยู่ปัจจุบัน (ถึงได้เรียกว่าห้องเรียนกลับด้าน) โดยให้ผู้เรียนศึกษาความรู้ผ่านอินเตอร์เน็ตนอกห้องเรียน นอกเวลาเรียน ส่วนในห้องเรียนจะเป็นการจัดกิจกรรมอื่นๆ แทน ที่ส่งเสริมการเรียนรู้

หลักการของ Flipped Classroom ใช้เทคโนโลยีทางการศึกษา บวกกับการจัดกิจกรรมในห้องเรียน เนื่องจากเวลาในห้องเรียนมีจำกัด การที่จะให้ผู้เรียนเข้าใจในความรู้บางอย่างอาจมีเวลาไม่พอ ดังนั้นการศึกษาผ่านวีดีโอที่ได้เตรียม/บันทึกไว้แล้ว รวมทั้งการอ่านหนังสือเพิ่มเติม ปรึกษาเพื่อนหรืออาจารย์ผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถทำได้ล่วงหน้านอกห้องเรียน ส่วนเวลาในห้องเรียน อาจารย์ก็สร้างสภาวะแวดล้อมให้เหมาะกับการจัดกิจกรรมที่ออกแบบไว้ เพื่อให้ผู้เรียนได้ลงมือปฎิบัติ อาจารย์ก็เดินสำรวจไปรอบๆ ห้อง คอยให้คำแนะนำหลักการที่เข้าใจยาก หรือปัญหาที่ผู้เรียนพบ วิธีนี้จะทำให้ผู้เรียนเข้าใจความรู้ และเชื่อมโยงในหลักการ มากยิ่งขึ้น ที่สำคัญไม่ง่วงด้วย!

องค์ประกอบหลักของ F-L-I-P ประกอบไปด้วย
F-Flexible Environment : คือมีความยืดหยุ่นของสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ ทั้ง รูปแบบการเรียน การศึกษาอิสระ ผลการดำเนินงานและการประเมินผลก็ต้องมีความยืดหยุ่นและเหมาะสม

L-Learing Culture : ยกระดับจากวัฒนธรรมการเรียนรู้ในรูปแบบครูเป็นศูนย์กลางแบบดั้งเดิม เปลี่ยนเป็นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งจะให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ในสิ่งที่ผู้เรียนสนใจในเชิงลึกมากขึ้น

I-Intentional Content : ผู้สอนต้องทำการบ้านมาอย่างดีเยี่ยม เพื่อที่จะศึกษาและเตรียมเนื้อหา รวมถึงการเตรียมสื่อการสอนที่เหมาะสมกับเนื้อหานั้นๆ และการเตรียมเครื่องมือที่จะให้ผู้เรียนได้ไปค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเอง

P-Professional Educator : ผู้สอนต้องมีความเป็นมืออาชีพมาก เพราะรูปแบบการเรียนจะเน้นการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล และการเพิ่มสนทนาให้คำแนะนำกับผู้เรียนอย่างใกล้ชิด ดังนั้นผู้สอนจำเป็นต้องรู้และเข้าใจถึงเนื้อหาและวิธีการที่ใช้สอนเป็นอย่างดี

จริง ๆ แล้วรูปแบบการเรียน แบบ Flipped Classroom ไม่ได้เป็นเรื่องที่ใหม่ เป็นวิธีการสอนที่ใช้มานานหลายปีแล้ว เช่น การมอบหมายให้ผู้เรียนได้อ่านหนังสือนอกเวลา และเมื่อถึงคลาสเรียน ผู้สอนได้เปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นถึงเนื้อหาในหนังสือนั่นเอง แต่ผลการทำงานของ FLIP ดีขึ้น และได้รับความนิยมมากขึ้นจากระบบ IT ที่ก้าวหน้า ประสิทธิภาพของเนื้อหาและการสื่อสารระหว่างผู้สอนและผู้เรียนในโลกออนไลน์จึงดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด

อ่านมาถึงตรงนี้ น้อง Inno ก็มีข่าวดีมาบอก Innovation Hub KKU ร่วมกับ สถาบันการศึกษาทั่วไป โดยได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ มข. ได้เปิดรายวิชาเลือกเสรีใหม่ชื่อ Innovative Entrepreneurs "ผู้ประกอบการนวัตกรรม" (GE 363 879) เป็นการเรียนแบบ Flipped Classroom หากพี่ๆคนไหนสนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่หน้าเพจเฟสบุ๊คของ Innovation Hub KKU ได้เลยนะคร้าบบบบบบบบ

ขอบคุณที่มา : .academia.

Powered by MakeWebEasy.com