คนรุ่นใหม่ กับภาวะหมดไฟในการทำงาน Burnout Syndrome

Last updated: Oct 9, 2019  |  Blog

คนรุ่นใหม่ กับภาวะหมดไฟในการทำงาน Burnout Syndrome

คนรุ่นใหม่ กับภาวะหมดไฟในการทำงาน Burnout Syndrome

เมื่อคนรุ่นใหม่ก้าวเข้าสู่วัยทำงาน และมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น มักพบปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเครียดในชีวิตประจำวันมากขึ้น และภาวะที่คนรุ่นใหม่ในวัยทำงานมักจะเจอ เมื่อทำงานไปได้สักระยะหนึ่ง ก็คือ “ภาวะหมดไฟ” หรือที่มีชื่อเรียกว่า “Burnout Syndrome”

วันนี้น้อง Inno ขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ ภาวะหมดไฟในการทำงาน Burnout Syndrome อาการทางจิตใจที่ส่งผลต่ออารมณ์ และร่างกาย ที่มักจะเกิดขึ้นกับคนรุ่นใหม่ในสังคมเมือง ที่ต้องเผชิญกับปัญหาการทำงานหนัก ซึ่งอาการนี้มักจะทำให้เกิดความเครียด ท้อแท้ จิตใจหดหู่ จนอาจจะนำไปสู่โรคซึมเศร้าได้!!!

คำว่า Burnout ไม่ใช่คำใหม่ แต่ปรากฏขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 1974 ในงานวิจัยสาขาจิตวิทยาที่บรรยายอาการอ่อนล้าจากการทำงานหนักเกินไป และองค์การอนามัยโลก (WHO) ก็จัดให้ Burnout เป็นภาวะของความอ่อนล้า (State of Exhaustion) ประเภทหนึ่ง ต่อมาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2019 ที่ผ่านมานี้เอง ได้มีการยกระดับให้ Burnout เป็นกลุ่มอาการ(Syndrome) และเจาะจงยิ่งขึ้นว่าเป็นอาการที่สัมพันธ์กับการทำงาน (Work-Related)

อาการของผู้มีภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout Syndrome) ส่วนใหญ่ มีอาการคล้ายเป็นโรคซึมเศร้า เช่น มีความหดหู่ รู้สึกเครียด และไม่มีแรงจูงใจในการทำงาน ในบางรายอาจมีอารมณ์ก้าวร้าว หรือหงุดหงิดเมื่อทำงานไม่ได้ดั๋งใจอย่างเห็นได้ชัด แต่อย่างไรก็ตามผู้มีอาการหมดไฟในการทำงานอาจมีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าได้มากกว่าปกติ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเสมอไป

สาเหตุและความเสี่ยง ที่จะทำให้เกิดภาวะหมดไฟในการทำงาน แบ่งเป็น 3 สิ่งเกี่ยวข้องดังนี้

1. การทำงาน 
- มีความรับผิดชอบในงานสูงมากเกินไป หากงานไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้เกิดความวิตกกังวล
- อยู่ในสิ่งแวดล้อม รวมถึงการงานที่ทำมีความกดดันและความเครียดอยู่ตลอดเวลา
- ฝืนใจทำงานที่ตนเองไม่ถนัด ไม่ได้อยากทำ หรือไม่มีความรักในงานนั้นๆ
- ทำงานด้วยความเบื่อหน่าย อาจด้วยตัวงานเอง หรือมาจากเพื่อนร่วมงาน
- ถูกละเลย ไม่ได้รับการยอมรับ หรือได้รับค่าตอบแทนน้อยเกินไป
- ต้องทำงานที่มีปริมาณมาก งานหนักเกินไป
- องค์กรไม่มีความชัดเจน หรือขาดความมั่นคง
- ระยะเวลาในการทำงานนานเกินไป เช่น มากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน

2. ชีวิตความเป็นอยู่
- ทำงานหนักเกินไป กระทั่งไม่มีเวลาพักผ่อน
- เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด หรือต้องดูแลพ่อแม่ที่สูงอายุตามลำพัง

3.บุคลิกส่วนตัว
- เป็นคนเครียด นิยมความสมบูรณ์แบบ หรือคาดหวังในการทำงานสูงมากเกินไป
- เก็บตัว ไม่ชอบสุงสิงกับคนในที่ทำงาน หรืออาจเป็นคนไม่ยืดหยุ่น ต้องการให้ทุกอย่างอยู่ในความควบคุมของตนเอง

ทั้งนี้อาการภาวะหมดไฟในการทำงานยังส่งผลถึงร่างกายด้วยเช่นกัน เช่น นอนไม่หลับ กังวลใจทุกครั้งที่ต้องไปทำงาน รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย อาจมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน รวมถึงปวดเมื่อยร่างกาย และประสิทธิภาพในการทำงานลดลง และในบางรายอาจมีอารมณ์แปรปรวน รู้สึกสิ้นหวัง ล้มเหลวในการทำงาน หงุดหงิดจนแสดงออกด้วยการทะเลาะเบาะแว้งในที่ทำงาน หากเป็นมากขึ้นอาจปิดกั้นตนเองจากเพื่อนร่วมงาน พูดน้อยลง ขาดสมาธิและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ หรือหาทางออกโดยการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เที่ยวเตร่ มาทำงานสาย และกลับบ้านดึก

ส่วนวิธีรับมือเมื่ออยู่ในอาการภาวะหมดไฟในการทำงาน อาจเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต ได้แก่ 
•พักผ่อนให้เพียงพอ
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น บุหรี่ แอลกอฮอล์ รวมถึงการดื่มกาแฟที่มากเกินไป
- จัดระเบียบการทำงานให้ลุล่วงตามลำดับความสำคัญ เช่น กำหนดเวลาการทำงานให้เหมาะสมในแต่ละวัน 
- ขอความเห็น ความช่วยเหลือ แม้กระทั่งการพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานเพื่อคลายความเครียด
- ไม่ควรนำงานกลับมาทำต่อที่บ้าน
- หากิจกรรมผ่อนคลายทำในช่วงวันหยุด หรือหากมีเวลา ลาพักร้อน เพื่อห่างไกลจากงานสักพัก
- ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที 5 ครั้งต่อสัปดาห์
- ลดการสื่อสารในโลกโซเชียลลง เพราะนอกจากจะเบียดบังเวลาแล้ว การท่องโลกไซเบอร์มากๆ ส่งผลให้เกิดความเครียดจากการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่มากเกินไป

แต่อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าทุกคนจะสามารถปรับตัวในสิ่งที่เคยเป็นมาตลอดชีวิต หรือสามารถสร้างสมดุลและระเบียบให้ตัวเองได้ เนื่องจากมีอีกหลากหลายปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ถ้าหากรู้สึกว่ามีอาการรุนแรงจนส่งผลถึงร่างกายและจิตใจอย่างมากตลอดจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีความสุขได้ ควรปรึกษาและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ หรือพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาได้ทันท่วงที อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็กจนปล่อยปะละเลยเป็นเวลานาน ความเบื่อหน่ายการงานและภาวะหมดไฟในการทำงานอาจกลายเป็นภาวะซึมเศร้า ที่รักษายากและซับซ้อนขึ้นก็เป็นได้

ที่มา : https://www.creativethailand.org/article/trend/32037…
https://www.pobpad.com/burnout-หมดไฟในการทำงาน-จัดการ
https://www.samitivejhospitals.com/th/หมดไฟ-การทำงาน/
https://mgronline.com/live/detail/9620000051399

Powered by MakeWebEasy.com