"Ricult Smart Farming" Startup ที่เชื่อมต่อโลกเกษตรเข้ากับเทคโนโลยี

Last updated: Oct 9, 2019  |  Blog

"Ricult Smart Farming" Startup ที่เชื่อมต่อโลกเกษตรเข้ากับเทคโนโลยี

Ricult เกิดจาก พี่เอิร์น “อุกฤษ อุณหเลขกะ” หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Ricult ผู้เติบโตมาในครอบครัวเกษตรกรในจังหวัดฉะเชิงเทราที่ไปร่ำเรียนหาความรู้เกี่ยวกับด้านเทคโนโลยีถึงที่ Massachusetts Institute of Technology (MIT) และยังเคยทำงานในซิลิคอนแวลลีย์ จุดสูงสุดที่คนวงการไอทีอยากจะไปให้ถึง จากนั้นก็ขยับไปเป็นที่ปรึกษาธุรกิจที่ Accenture อีก 4 ปี แม้เส้นทางการทำงานจะดูเท่ แต่ตัวพี่เอิร์นกลับรู้สึกไม่มีพลังและแรงจูงใจในการทำงานสักเท่าใดนัก และในขณะที่พี่เอิร์นเรียนอยู่ที่ MIT ก็ได้พบกับเพื่อนชาวปากีสถานผู้ร่วมก่อตั้ง Ricult ในห้องเรียนที่ MIT และคิดที่จะทำเป็น SE ซึ่งพวกเขาคิดตรงกันคือไม่อยากทำงานเพื่อเงินเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่ทำจะต้องเกิดประโยชน์แก่สังคมด้วย ปัญหาที่ SE ต้องเผชิญคือโมเดลการทำธุรกิจที่มีประสิทธิภาพเพื่อการประกอบธุรกิจในระยะยาว จำเป็นต้องใช้วิธีการแบบสตาร์ทอัพเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับความฝันที่ยิ่งใหญ่ จึงทำให้เกิด Ricult ขึ้นมานั่นเอง

Ricult เป็นแอพพลิเคชั่นที่สร้างดัชนีชี้วัด (Credit Scoring) ใน 2 ประเด็นคือ เกษตรกรมีความตั้งใจที่จะชำระเงินคืนจากการกู้ยืมหรือไม่ และเกษตรกรมีความสามารถที่จะชำระเงินคืนหรือไม่ โดยการนำข้อมูลจากภาพพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกรจากดาวเทียมย้อนหลัง 5 ปีมาวิเคราะห์เพื่อทำนายผลผลิตและคาดการณ์รายได้ให้กับเกษตรกรรายนั้น เพื่อใช้ประกอบการขอกู้ยืมเงินลงทุนจากสถาบันการเงิน

โดย Ricult เป็นชื่อที่ตัดคำตรงกลางของ Agriculture ซึ่งแปลว่าเกษตรกรรม เพราะพี่เอิร์นและเพื่อนตั้งใจอยากให้แบรนด์ของตนเป็นศูนย์กลางของภาคการเกษตรซึ่งขับเคลื่อนด้วยฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) โดยไปเริ่มต้นที่ปากีสถานก่อน โดยทำให้เกษตรกรได้รับสินเชื่อไปแล้วกว่า 170 ราย ซึ่งมีมูลค่าถึง 1 แสนดอลล่าสหรัฐ ซึ่งปัจจุบัน Ricult กำลังศึกษาและพัฒนาการใช้งานให้เหมาะกับเกษตรกรไทย
พี่เอิร์นเล่าว่า เกษตรกรเมืองไทยต้องใช้ชีวิตกับปัญหาที่สำคัญ 3 ด้านคือ 1. การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ไม่สามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ เนื่องจากขาดหลักประกัน จึงต้องไปกู้เงินนอกระบบและติดอยู่ในวงจรหนี้ไม่รู้จบ 2. ปัญหาผลิตภาพ (Productivity) และ 3. โอกาสในการเข้าถึงตลาด
ซึ่งผลการวิเคราะห์นอกจากช่วยพิจารณารายได้ในอนาคต ยังสามารถใช้วิเคราะห์ปัจจัยอื่นๆ เช่น วิเคราะห์แร่ธาตุและสารอาหารในดิน การคาดการณ์สภาพอากาศเพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตและประสิทธิภาพในการเพราะปลูกได้อีกด้วย
Ricult สร้างเทคโนโลยีที่ช่วยเกษตรกรเพิ่มผลผลิตได้ด้วยข้อมูลผ่านระบบดาวเทียมที่ถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น เป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เมื่อเกษตรกรได้ผลผลิตที่ดีมากขึ้น รายได้ก็เพิ่มตาม และเป็นหลักประกันในการยื่นกู้เงินกับสถาบันการเงินได้ จากเดิมธนาคารวัดความเสี่ยงของอุตสาหกรรมการเกษตรลำบาก เพราะรายได้เกษตรกรไม่แน่นอน ประมาณการรายได้ลำบาก ซึ่งระบบของ Ricult จะช่วยบอกว่าเกษตรกรรายนี้มีผลผลิตแค่ไหน คิดเป็นรายได้ต่อเดือนเท่าไร สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปแบบนี้น่าจะขายผลผลิตได้เท่าไร ซึ่งจะช่วยยืนยันกับธนาคารได้อย่างมีน้ำหนักมากขึ้น

นั่นหมายความว่า Ricult ไม่ได้ให้เงินแก่เกษตรกร แต่เป็นตัวกลางที่ทำให้ชีวิตของเกษตรกรดีขึ้น เข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอีกหลายองค์กรอีกด้วย

โดยพี่เอิร์นบอกว่าเป้าหมายของ Ricult คือ เพิ่มคุณภาพการผลิตแก่เกษตรกรรายย่อยในประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนา เรามุ่งมั่นที่จะใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการแก้ปัญหาด้านการเพาะปลูก ซึ่งจะนำไปสู่การลดช่องว่างของการเข้าถึงสินเชื่อ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร รวมถึงความเหลื่อมล้ำทางโอกาสและรายได้ รีคัลท์จะปฏิรูปการทำการเกษตรให้ง่ายและมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าที่เคย

 

น้อง Inno ขอบคุณข้อมูลจาก 
https://www.ricult.com/?lang=th
https://readthecloud.co/start-9/
https://thestandard.co/aukrit-unahalekhaka-ricult-agritech…/
https://thestandard.co/ricult/
https://www.startupthailand.org/ricult-raises-us1-85-milli…/
https://www.smethailandclub.com/startups-2775-id.html
https://www.prachachat.net/ict/news-306425
https://www.creativecitizen.com/ricult/
 

Powered by MakeWebEasy.com