ไม่ว่าคุณจะพูดอะไร น้อง Inno ก็เข้าใจคุณ

Last updated: Jan 16, 2020  |  Blog

ไม่ว่าคุณจะพูดอะไร น้อง Inno ก็เข้าใจคุณ

เพื่อนๆ สงสัยมั๊ยครับ ว่าหุ่นยนต์อย่างน้อง Inno เข้าใจสิ่งที่เพื่อนๆพูดคุย หรือข้อความจากเพื่อนๆ ได้อย่างไร วันนี้น้อง Inno จะขอแนะนำเทคโนโลยีที่ทำให้ น้อง Inno เข้าใจคุณครับ

สิ่งที่ทำให้ น้อง Inno เข้าใจเพื่อนๆ ก็ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ยังงัยล่ะครับ มนุษย์ได้พัฒนา Natural Language Processing (NLP) ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของ AI เป็นกระบวนการประมวลผลทางภาษาทางธรรมชาติ อันเป็นกลไลสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์เข้าใจคำสั่งงานของมนุษย์ครับ เนื่องจากแต่เดิมนั้น คอมพิวเตอร์ถูกออกแบบให้เข้าใจข้อมูลแบบตัวเลขหรือรหัส ที่มีความหมายแบบตรงไปตรงมา ซึ่งมันไม่ตรงกับภาษาที่มนุษย์ใช้เลยครับ เพราะภาษามนุษย์นั้นมีความซับซ้อนมากๆ มีคำคล้าย คำเหมือน คำผวน สแลง หรือคำศัพท์เกิดใหม่เต็มไปหมด แต่ด้วยเทคโนโลยี Deep Leaning ที่ก้าวไกล NPL จึงได้พัฒนาเรื่อยๆ จนมีความสามารถที่หลากหลาย สามารถเข้าใจภาษามนุษย์ได้มากขึ้นครับ

การทำงานของ NPL แบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอนครับ น้อง Inno จะขอเล่าย่อๆ แบบเข้าใจง่ายๆ นะครับ 

1) Morphological Level คือการถอดคำหรือข้อความออกเป็นตัวอักษร ตัวไหนเป็นพยัญชนะ ตัวไหนเป็นสระ ตัวไหนเป็นตัวสะกดและยิ่งเป็นภาษาไทยเรายิ่งเหนื่อยเอาเรื่องนะครับ เพราะมีการใช้วรรณยุกต์ด้วย 

2) Lexical Level คือ การเข้าใจคำ จะนำตัวอักษรมาประกอบเป็นคำ เพื่อหาความหมายของคำนั้น 

3) Syntactic Level เมื่อเข้าใจคำแล้ว ขั้นต่อไปคือการเข้าใจประโยค โดยเป็นการเอาคำมารวมกันเพื่อหาความหมายจากทั้งประโยค ซึ่งขั้นตอนนี้จะอ้างอิงแบบตรงไปตรงมาตามมาตรฐานของภาษาครับ 

4) Semantic Level เนื่องจากภาษามีความซับซ้อน คำ ข้อความ หรือประโยค อาจไม่เป็นไปตามมาตรฐานของภาษา จึงนำเอาเทคโนโลยี Semantic เข้ามาใช้ครับ  Semantic เป็นการศึกษาความหมาย ที่คล้ายเหมือน โดยมุ่งเน้นความสัมพันธ์ระหว่างคำ วลี สัญลักษณ์ และความหมายเข้ามาใช้ร่วมด้วย ทำให้สามารถเข้าใจประโยคนั้นได้ แม้ประโยคนั้นจะไม่เป็นไปตามมาตรฐานของภาษา 

5) Discourse Level เมื่อเข้าใจทั้งประโยคแล้ว ก็ต้องมีการเชื่อมโยงประโยค คือ การเข้าใจผลกระทบจากประโยคก่อนหน้าต่อประโยคปัจจุบัน รวมถึงการใช้คำในประโยคซึ่งให้ความหมายที่แตกต่างกันด้วย 

6) Pragmatic Level ขั้นตอนนี้จะเป็นการตีความหมายทั้งหมด โดยอ้างอิงจากสถานการณ์ หรือฐานความรู้เดิม เพื่อให้ตีความได้ใกล้เคียงกับภาษามนุษย์มากที่สุด นอกจากนี้ยังระบบยังสามารถเรียนรู้ความรู้ใหม่ เช่น คำศัพท์เกิดใหม่ คำศัพท์วัยรุ่น และผสานเข้ากับความรู้เดิม เพื่อเป็นฐานความรู้ที่เพิ่มมากขึ้น เห็นมั๊ยครับ ต้องประมวลผลถึง 6 ขั้นตอนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง กว่าคอมพิวเตอร์อย่างพวกผม จะเข้าใจมนุษย์

นอกจากนี้ NPL ยังรองรับทั้งการอ่านและการฟัง โดยใช้เทคโนโลยีอื่นๆ เข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็น Visual Recognition สำหรับอ่านข้อความ Voice Recognition สำหรับฟังเสียงเป็นต้น ตัวอย่างของเทคโนโลยี NPL ใกล้ๆ ตัว ก็เช่น Siri ของ Apple หรือ Google Assistant ของค่าย Google นอกจากนี้ NPL ถูกนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับนวัตกรรมต่างๆ เช่น ทำให้ Chatbot ฉลาดขึ้น สามารถโต้ตอบได้คล้ายกับมนุษย์จริง ไม่ใช่เป็นการตอบโต้เมื่อได้รับคำศัพท์ที่ระบุไว้เหมือนแต่เดิม หรือเป็นกลไลในการขับเคลื่อนยานยนต์ หรือใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างอัตโนมัติ เช่น กลไกการอ่านป้ายสัญญาณจราจรต่างๆ ในรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ หรือการสั่งงานอุปกรณ์ด้วยเสียง เช่น ระบบ LG ThinQ AI TV ที่สามารถสั่งงานโทรทัศน์ด้วยเสียง เป็นต้น

เห็นมั๊ยครับ ว่าเจ้า NPL มีประโยชน์มากมาย ซึ่งนับวันก็ยิ่งพัฒนาให้มีความสามารถเพิ่มมากขึ้น นำไปใช้กับนวัตกรรมหลากหลายแขนง แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ “มันทำให้ น้อง Inno เข้าใจคุณครับ!”

 

อ้างอิง

 

http://dv.co.th/blog-th/get-to-know-natural-language-processing-nlp/

medium.com

https://www.sas.com/th_th/insights/analytics/what-is-natural-language-processing-nlp.html

https://the-ai-midnight.blogspot.com/2019/01/natural-language-processing.html

https://www.lg.com/th/ThinQAI

Powered by MakeWebEasy.com